• HEALTH,  Skin

    3 แนวทางดูแลผิวอย่างถูกต้อง เพื่อยืดอายุผิวสวยให้อยู่ได้นาน

    การดูแลผิวมีความเกี่ยวข้องมากกว่าการทำความสะอาดและใช้ครีมหรือโลชั่นนอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพการนอนหลับและการออกกำลังกายที่เพียงพอและการจัดการระดับความเครียดแต่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือสภาพผิวของแต่ละคนที่แตกต่างกันด้วย แต่หากจะพูดถึงวิธีโดยรวมของการดูแลผิวแล้วสามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้ เพื่อผิวที่นุ่มนวล ทำความสะอาดให้ถูกต้องและให้ความชุ่มชื่นกับผิวอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ เช่น ห้ามอาบน้ำร้อนและใช้น้ำอุ่นแทน น้ำอุ่นสามารถรู้สึกผ่อนคลาย แต่ก็สามารถดึงเอาน้ำมันธรรมชาติของผิวไปได้เช่นกันจึงทำให้ผิวแห้งหยาบกร้านได้ หากคุณมีผิวแห้งให้ใช้ครีมบำรุงผิวที่ชุ่มชื่นด้วยน้ำมันตามธรรมชาติ เช่น น้ำมันอัลมอนด์ น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอก ภายหลังอาบน้ำแล้วค่อยๆเช็ดผิวของคุณให้แห้งด้วยผ้าเช็ดตัว มันจะดียิ่งขึ้นที่ผิวของคุณจะมีความชื้นเล็กน้อย ด้วยวิธีนี้ผิวของคุณสามารถดูดซับความชุ่มชื้นได้มากขึ้นภายหลังจากการทาครีมบำรุง ทาครีมบำรุงหรือโลชั่นในขณะที่ผิวของยังคงชื้นอยู่ ทั้งผิวหน้าและผิวกาย รวมทั้งครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เพื่อป้องกันผิวของคุณจากรังสีที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ด้วย ผิวทุกชนิดจำเป็นต้องได้รับความชุ่มชื่นจากมอยเจอร์ไรเซอร์แต่หากว่าคุณเป็นสาวผิวมันควรเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ทำมาสำหรับผิวมันโดยเฉพาะจะดีที่สุด ขัดผิวของคุณสัปดาห์ละครั้ง ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้ผิวรู้สึกเนียนขึ้น อาจจะใช้สครับหรือฟองน้ำขัดผิว แต่ต้องให้แน่ใจว่าถ้าจะขัดผิวหน้าต้องมีความอ่อนโยนกว่าส่วนอื่นของร่างกาย และถ้าหากคุณมีผิวแห้งอาจต้องการทาครีมบำรุงผิวทุกวัน เลือกชนิดครีมที่อ่อนโยนและให้ความชุ่มชื้นเสมอ โดยเฉพาะหลังจากขัดผิว กินและดื่มเพื่อสุขภาพ ดื่มน้ำวันละ 6 ถึง 8 ออนซ์ (240 มล.) หากคุณสังเกตเห็นว่าผิวของคุณดูแห้งและอาจแตกเป็นขุย ถ้าเป็นแบบนั้นอาจจะเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ อีกทั้งการดื่มน้ำปริมาณมากจะช่วยลดสิวและทำให้ผิวของคุณดูสดใสขึ้นด้วย กินผลไม้และผักเพิ่มขึ้น   หากอยากมีผิวสวยคงไม่สามารถเลี่ยงได้เนื่องจาก ผักและผลไม้เต็มไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ ผักและผลไม้ที่ดีต่อผิวหนัง ได้แก่ แอปริคอต บลูเบอร์รี่และพริกหยวกสีเหลืองซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสามารถช่วยให้คุณดูอ่อนเยาว์ รวมทั้งอะโวคาโดที่จะช่วยให้ความชุ่มชื่นผิวของคุณ นอกจากนั้นก็ยังมี แครอท ฟักทอง กีวี ผักโขม ผักคะน้าและผักสีเขียวเข้มอื่นๆ ที่ดีกับผิวมากรวมทั้งมะเขือเทศช่วยที่จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย การปรับปรุงสไตล์การใช้ชีวิตให้ดีขึ้น นอน 7 – 9 ชั่วโมงในแต่ละคืน การนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ผิวของคุณดูหมองคล้ำและขาดความอ่อนนุ่ม นอกจากนี้ยังอาจทำให้ถุงใต้ตาบวมได้ง่าย การนอนหลับให้เพียงพอจะช่วยลดริ้วรอยและอาการบวมใต้ตา นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ลดระดับความเครียดของคุณ ความเครียดไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามทางจิตใจเท่านั้นยังส่งผลถึงสภาพผิวด้วยเช่นกัน หากรู้ตัวว่าคุณมักจะเครียดบ่อยๆก็ควรหาทางระบายความเครียด เช่น เล่นโยคะ เล่นดนตรี หรืออะไรก็ตามที่ชอบ ออกกำลังกาย   เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตสู่ผิวของคุณและส่งสารอาหารและออกซิเจนให้กับผิว ถ้าคุณออกกำลังกายหนักพอ เหงื่อก็จะขับออกมาพร้อมกับสารพิษในผิวของคุณ รวมทั้งการออกกำลังกายยังช่วยลดความเครียดได้ด้วย หลีกเลี่ยงการใช้เวลามากเกินไปใต้แสงดวงอาทิตย์   เลือกครีมกันแดดที่มี SPF ต่ำสุด 15 หลีกเลี่ยงแสงแดดระหว่าง 10:00 – 14:00 เนื่องจากเป็นช่วงที่มีรังสีที่อันตรายที่สุด และถ้าหากเป็นคนเหงื่อออกมากคุณอาจต้องใช้ครีมกันแดดบ่อย ๆ ประมาณทุก 2 ชั่วโมง เลิกสูบบุหรี่. การสูบบุหรี่จะไปลดระดับออกซิเจนและสารอาหารในผิวของคุณ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความเสียหายกับคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งส่งผลให้เกิดริ้วรอยด้วย หากคนรอบข้างคุณสูบบุหรี่มานานก็จะเห็นว่าใบหน้าจะดูแก่กว่าอายุกับแทบทุกคน แนวทางทั้ง 3 ข้อนี้ เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีได้อย่างยาวนานแน่นอน โดยที่ไม่จำเป็นต้องหาข้อพิสูจน์หรือหลักฐานใดๆมายืนยันอีกแล้ว เพื่อความอ่อนเยาว์ และผิวที่สวยงาม

  • ไอเดียการเพ้นท์เล็บมหานครปารีส โรแมนติกและหอไอเฟล Step by Step
    Nail Art,  Nails

    ไอเดียการเพ้นท์เล็บมหานครปารีส โรแมนติกและหอไอเฟล Step by Step

    มหานครปารีส เมืองที่มีสเน่ห์และโรแมนติกที่สุดในยุโรป กลิ่นไอความโรแมนติกและหอไอเฟลสัญลักษณ์ของเมืองที่จะทำให้คุณหลงสเน่ห์ ไปกับความโรแมนติกของมัน ดอกกุหลาบช่อโต หอไอเฟลสูงระฟ้า Christian Dior และ Coco Chanel สัญลักณ์ที่ได้รับความนิยมและผู้คนกล่าวถึงมากที่สุด ศิลปะแห่งฝรั่งเศสที่คุณสามารถยกเมืองทั้งเมืองและแต่งแต้มความโรแมนติกด้วยปลายพู่กัน และยกเมืองโรแมนติกทั้งเมืองนี้มาอยู่บนเล็บของคุณ มหานครปารีสเมืองในฝันของสาวๆทั่วโลกที่จะไม่เป็นเพียงแค่ฝันอีกต่อไป ด้วยความคิดสร้างสรรค์และฝีมือที่บรรจงและประณีต การเพ้นท์หอไอเฟลและแซมด้วยช่อดอกกุหลาบเล็กๆ หรือจะเป็นขวดน้ำหอมสวยๆจาก Coco Chanel หรือ Christian Dior ก็ดูหรูหราไม่น้อย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการเพ้นท์เล็บและตกแต่งเล็บเป็นชีวิตจิตใจ สามารถดูเทคนิค การดูแลเล็บ วิธีการตกแต่งและดูแลเล็บที่ถูกต้อง และการเพ้นท์เล็บและ ไอเดียการเพ้นท์เล็บ เพื่อความสวยงาม ไอเดีย เพ้นท์เล็บสีเขียว เนลอาร์ท สีทาเล็บโทนสีเขียว  ไอเดียการเพ้นท์เล็บมหานครปารีส โรแมนติกและหอไอเฟล Step by Step อุปกรณ์ :  น้ำยาทาเล็บสีที่ต้องการ (โทนสีพาสเทล) 3-4 สี สำลีแผ่นสำหรับทำความสะอาด น้ำยาล้างเล็บสูตรอ่อนโยน ไม้จิ้มฟันหรือกิ๊บดำติดผมสำหรับวาดจุด พู่กันเบอร์เล็ก น้ำยาเคลือบเล็บ วิธีทำ แช่เล็บในน้ำเพื่อให้ผิวและเล็บของคุณนุ่มลงและง่ายต่อการตะไบและตกแต่งทรงเล็บ ทาสีทาเล็บที่ต้องการลงไป 1 ชั้น รอให้แห้ง จากนั้นทาลงไปซ้ำอีก 1 ชั้นรอจนสีทาเล็บแห้งสนิท ใช้ไม้จิ้มฟันหรือกิ๊บสีดำจิ้มลงไปอย่างเบามือลงบนสีทาเล็บสีใดก็ได้ที่คุณต้องการจะวาดเป็นหอไอเฟล (ให้เป็นสีตรงกันข้ามกับพื้นหลังเพื่อความเด่นชัด) ร่างจุด 3 จุดดังภาพตัวอย่างสำหรับหอไอเฟล ใช้พู่กันเบอร์เล็กร่างจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งตามภาพ เพื่อวาดรูปหอไอเฟลที่ต้องการ เก็บรายละเอียดต่างๆของหอไอเฟล แกลอรี่ไอเดียการเพ้นท์เล็บมหานครปารีส โรแมนติกและหอไอเฟล Step by Step

  • HOW-TO

    รักษาสิว วิธีกำจัดสิวหัวดำในหู วิธีรักษาสิว

    ปัญหาสิว สิวทั่วไป สิวอุดตัน สิวหัวดำสร้างปัญหาระคายเคืองผิวมากมาย และสร้างความรำคาญมากยิ่งขึ้นเมื่อสิวอุดตัน สิวหัวดำเหล่านี้ไปขึ้นอยู่ในหูของคุณ สิวเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดและอักเสบเล็กน้อย และเป็นตัวชี้บ่งถึงความสกปรกบริเวณรอบใบหูของคุณ โดยปกติแล้วสิวหัวดำเกิดขึ้นที่บริเวณ T โซน ของใบหน้า และยังสามารถเกิดขึ้นในหูหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายบริเวณที่มีการหลั่งน้ำมันมากเกินไปอีกด้วย เนื่องจากการหลั่งน้ำมันมากเกินไป ทำให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว เกิดการสะสมและสิ่งสกปรกบนผิว เป็นสาเหตุให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนอีกด้วย เมื่อไขมันที่หลั่งออกมาสัมผัสกับออกซิเจนจะกลายเป็นสีดำซึ่งเป็นกระบวนการเกิดสิวหัวดำ อย่างไรก็ตามคนที่มีโทนผิวขาว อาจมีสิวหัวดำที่มีสีค่อนข้างเทาหรือเหลือง หากไม่ได้รับการรักษา สิวหัวดำอาจสามารถนำไปสู่สิวอักเสบ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากผิวหนังบริเวณหูของคุณ อาจไม่ง่ายต่อการกำจัดสิวหัวดำ การรักษาที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดแผลเป็นและการติดเชื้อทำให้ปัญหาเลวร้ายยิ่งขึ้น คุณสามารถใช้วิธีที่เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพและคำแนะนำอื่น ๆ จะช่วยให้คุณสามารถกำจัดสิวหัวดำได้อย่างง่ายดายในหูหรือบริเวณหลังใบหู รักษาสิว วิธีกำจัดสิวหัวดำในหู วิธีรักษาสิว 1. ความร้อน การใช้ความร้อน และความอุ่น มีสรรพคุณในการกำจัดสิวหัวดำในใบหู ความร้อนจะช่วยขจัดรูขุมขนอุดตันและขจัดน้ำมันส่วนเกินเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกต่างๆได้ง่ายขึ้นดังนั้นจึงช่วยให้ทำความสะอาดสิวหัวดำได้ง่ายขึ้น ความร้อนยังสามารถช่วยลดอาการปวดหรืออักเสบที่เกี่ยวข้องกับสิวหัวดำอีกด้วย แช่ผ้าสะอาดในน้ำอุ่นและบีบน้ำส่วนเกินออก วางผ้าหมาดๆด้วยน้ำอุ่นที่หูนาน 5 นาที ใช้น้ำยาทำความสะอาดอ่อนโยนเพื่อทำความสะอาดใบหู ใช้วิธีการรักษานี้วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 2-3 วัน ทำได้ทั้งสองข้างหากจำเป็น 2. ที่กดหัวสิว วิธีที่เร็วที่สุดในการกำจัดสิวหัวดำออกจากหูคือการใช้ที่กดสิว เครื่องมือนี้ง่ายต่อการซื้อหาตามท้องตลาดและใช้งานได้ง่ายมาก หากคุณไม่สามารถมองเห็นสิวหัวดำในหู คุณอาจต้องการความช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อน ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดวางโปะลงไปบนบริเวณที่เกิดสิว เพื่อให้ผิวหนังนุ่ม ฆ่าเชื้อโรค โดยใช้แอลกอฮอล์ วางปลายที่กดสิวเหนือสิวอุดตัน และกดเบา ๆ หัวสิวจะออกมา สุดท้าย ล้างด้วยน้ำอุ่นและทายาฆ่าเชื้อโรคเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากคุณมีอาการปวดใด ๆ ลองใช้วิธีการรักษาอื่นแทน 3. น้ำมะนาว น้ำมะนาว เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยกรดซิตริกที่ช่วยทำความสะอาดผิวของคุณโดยการขจัดน้ำมันส่วนเกินและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เป็นสารสกัดจากธรรมชาติมะนาวช่วยขจัดสิวหัวดำออกจากหูและกระชับรูขุมขนเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ เจือจางน้ำมะนาว 1 ช้อนชาด้วยน้ำสะอาด ½ ช้อนชา จุ่มสำลีก้อนลงในสารละลายนี้จากนั้น ทาลงโดยตรงบนสิวหัวดำในหู ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งก่อนเช็ดออกโดยใช้สำลีก้อนชุบน้ำอุ่นบีบหมาด ทำแบบนี้ 2 ครั้งต่อวันจนกว่า สิวหัวดำ จะหายไป 4. เบคกิ้งโซดา อีกหนึ่งส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพสำหรับการรักษาสิวหัวดำ สิวอุดตันในหูคือเบคกิ้งโซดา เบคกิ้งโซดานั้นมีคุณสมบัติสารพัดประโยชน์เป็นสารทำความสะอาดที่อ่อนโยนช่วยทำความสะอาดผิวและสิ่งสกปรก เช่น เซลผิวที่ตายแล้วและจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังช่วยขจัดน้ำมันส่วนเกินบนผิวหังและขจัดรูขุมขนที่อุดตันที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวหัวดำ นอกจากนี้เบคกิ้งโซดายังช่วยปรับระดับความชุ่มชื่นของผิว ผสมเบคกิ้งโซดาโดยใช้ผงเบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชาและน้ำ ½ ช้อนชา คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมและนำมาทาลงบนสิวอุดตัน ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีจากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำวันละครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ 5. ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์…

  • ไอเดีย เพ้นท์เล็บสีเขียว เนลอาร์ท สีทาเล็บโทนสีเขียว
    Nail Art

    ไอเดีย เพ้นท์เล็บสีเขียว เนลอาร์ท สีทาเล็บโทนสีเขียว

    แฟชั่นการทำเล็บที่เป็นที่นิยมอยางมากในขณะนี้และสาวๆส่วนมาก ที่ให้ความสำคัญและดูแลเล็บของพวกเธอเป็นพิเศษ สาวๆส่วนใหญมักจะเลือกโทนสีอ่อนหวาน เรียบง่ายสไตล์ผู้หญิงๆ วันนี้เรานำไอเดียการเพ้นท์เล็บโทนสีเขียว ซึ่งสาวๆน้อยคน จะให้ความสนใจ เนื่องจากโทนสีที่ดูแล้วหวานแหวว หรืออาจจะไม่ถูกใจ ไอเดียการเพ้นท์เล็บโทนสีเขียวที่มากกว่าการทาเล็บ ซึ่งอาจจะดูธรรมดาๆไป ไม่เหมาะกับสาวๆ Extraordinary อย่างเรา การเพิ่มกลิตเตอร์ที่เป็นประกายระยิบระยับก็ช่วยเพิ่มความพิเศษ และลวดลายให้กับเล็บของเราได้เช่นกัน ทำให้เล็บของเราดูพิเศษ ไม่จืด และไม่ธรรมดา มีประกายระยิบระยับต้องแสงไฟตลอดเวลา ประกอบกับเครื่องประดับเล็บชิ้นเล็กๆที่ดูเข้ากัยนและทนทานด้วยการติดกาวชนิดพิเศษสำหรับเล็บลงไป ตบท้ายด้วยการเพ้นท์ด้วยลวดลายต่างๆ ที่เข้ากัน เพิ่มความสวยงามให้กับเนลอาร์ท หากคุณเบื่อกับเล็บเจลและต้องการอะไรใหม่ๆ กลิตเตอร์และการเพ้นท์เล็บเป็นทางออกที่ดี ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับเล็บของคุณโดยไม่ต้องเสียเวลาตกแต่งแต่อย่างใด อีกหนึ่งไอเดีย คือ เทคนิค French Nails หรือเทคนิคเล็บแบบฝรั่งเศส ที่เรียบง่ายแต่หรูหราและดูดี คือการทาสีและตกแต่งเฉพาะปลายเล็บ หากแต่ว่า French Nails แบบดั้งเดิมจะดูน่าเบื่อเกินไป เราสามารถทำลายความจำเจเหล่านี้ด้วยการ วาดลวดลาย หรือแม้กระทั่งการตกแต่งด้วยริบบิ้นสำหรับเล็บเพื่อให้ดูมีมิติและความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ไอเดีย เพ้นท์เล็บสีเขียว เนลอาร์ท สีทาเล็บโทนสีเขียว

  • ผมร่วงทําไงดี ผมร่วงหลังคลอด
    HAIR

    ผมร่วงทําไงดี ผมร่วงหลังคลอด

    ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือก่อนตั้งครรภ์คุณอาจจะมีความสุขกับผมหนายาวสลวยและเงางามของคุณ แต่หากจากหลังคลอดแล้ว คุณแม่มือใหม่ทุกคนจะประสบปัญหานี้ คือ ผมร่วงหลังคลอด คนทั่วไปจะสูญเสียเส้นผมโดยเฉลี่ย 100 เส้นต่อวัน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ทำให้เส้นผมยังคงแข็งแรงอยู่ และไม่ร่วง ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้นทำให้ผมส่วนใหญ่อยู่ในระยะ anagen (growth) ของเส้นผมซึ่ง ทำให้ผมร่วงน้อยลง และทำให้เส้นผมของคุณดูหนาและเยอะขึ้น แต่ ไม่นานหลังจากคลอด ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเริ่มลดลงและเส้นผมทั้งหมดที่อยู่ในระยะ anagen (growth) จะเริ่มหลุดร่วงออกไป การอาการผมร่วงหลังคลอด มักจะเกิดขึ้น ตั้งแต่ 1 เดือนหลังจากคลอดลูก และอาจจะยาวนานไปจน 9 เดือน-1ปี มีวิธีการดูแลและบำรุงง่ายๆสำหรับการดูแลรักษาอาการผมร่วงหลังคลอด และการบำรุงให้เส้นผมเติบโตและแข็งแรง เพื่อให้เส้นผมมีสุขภาพดี หมายเหตุ: ถ้าผมร่วงอย่างต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี ควรรีบปรึกษาแพทย์ ผมร่วงทําไงดี ผมร่วงหลังคลอด 1. หวีผมด้วยความระมัดระวัง หลังจากการคลอดแล้ว อาจจะใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการสร้างสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผมและรากผม ฉะนั้นไม่ควรหวีหรือทำกิจกรรมใดๆก็ตามที่รุนแรงกับเส้นผม ดังนั้นขั้นตอนแรกในการป้องกัน และหลีกเลี่ยงอาการผมร่วงหลังคลอด ควรบำรุงและดูแลอย่างเบามือ ล้างเส้นผมเบา ๆ ด้วยแชมพูอย่างดี 2 หรือ 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ไม่ควรใช้น้ำร้อนในการสระผม ใช้น้ำอุ่นกำลังดีหรือเย็น ไม่ควรใช้หวีแปรงหรือมัดผม เมื่อผมเปียก พยายามหวีอย่างเบามือ จนแห้งสนิท หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องเป่าผม ไดร์เป่าผม และอุปกรณ์ทำผมอื่นๆ ความร้อนจะทำให้เส้นผมอ่อนแอ ไม่ควรแปรงผม หรือหวีผม เกินวันละ 1 ครั้ง หลีกเลี่ยงการรวบผมตึง มัดผมตึง หรือถักเปีย 2. หลีกเลี่ยงความเครียด เป็นธรรมชาติของคุณแม่มือใหม่ ที่รู้สึกเครียดเมื่อลูกน้อยของคุณลืมตาดูโลก มีสิ่งใหม่ ๆ มากมายที่คุณแม่มือใหม่ต้องดูแลและเรียนรู้ แต่ความเครียด นั้นไม่ดีต่อสุขภาพสำหรับคุณแม่มือใหม่และเส้นผม ในความเป็นจริงความเครียด สามารถทำให้อาการผมร่วงหลังคลอดเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก ความเครียด ทำให้เส้นผมของคุณ อ่อนแอและหลุดร่วงมากขึ้น ดังนั้นพยายามที่จะหลีกเลี่ยงความเครียดต่างๆ ในการจัดการความเครียดคุณสามารถใช้การทำสมาธิการหายใจลึกเสียงเพลงการออกกำลังกายหรือเทคนิคการผ่อนคลายอื่น ๆ นอกจากนี้ให้แน่ใจว่าได้รับการนอนหลับความงามของคุณเป็นฮอร์โมนการเจริญเติบโตจะถูกปล่อยออกในระหว่างการนอนหลับ 3.รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เมื่อพูดถึงสุขภาพผมอาหารของคุณมีผลกระทบโดยตรง อาหารที่ดีหมายถึงเส้นผมที่มีสุขภาพดีในขณะที่อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อาจทำให้เส้นผมของคุณร่วงหล่นหรือส่งผลกระทบต่อคุณภาพของคุณ รับประทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีนและวิตามินและเกลือแร่ ที่สำคัญ ให้เลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามิน A, B, C และ E สูง รวมทั้งธาตุเหล็กสังกะสีทองแดงแมกนีเซียมและซีลีเนียม ในความเป็นจริงถ้าหากคุณมีธาตุเหล็กต่ำ สังกะสี หรือสารอาหารที่จำเป็นอื่น…

  • HEALTH

    ตั้งครรภ์ วิธีรับมือ ลมพิษหลังคลอด

    หลังคลอด แม่ๆส่วนใหญ่มักจะไม่ว่างไม่ว่างดูแลตัวเอง และทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับเจ้าตัวเล็กที่เราเฝ้าคอยมานานนับ 9 เดือน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม่ๆ ไม่ควรละเลยสุขภาพของตัวเอง เพราะหลังคลอด ร่างกายของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การคลอดลูกคุณต้องสูญเสียเลือด หรือระหว่างตั้งครรภ์ ที่ลูกน้อยของคุณดูดซับสารอาหารต่างๆ จากร่างกายคุณ เช่น แคลเซียม คุณแม่มือใหม่ มักจะประสบปัญหามากมายหลังคลอด เนื่องจากประสบการณ์ที่ยังไม่ค่อยจะมี แต่ก็พร้อมเรียนรู้ไปพร้อมๆกับลูกน้อย ปัญหาหนึ่งที่พบมากในคุณแม่มือใหม่ หลังคลอด คือลมพิษหลังคลอด ที่ทำให้ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่น แดง คัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากในคุณแม่หลังคลอด ลมพิษหลังคลอดจะเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการปล่อยฮีสตามีและโปรตีนเข้าไปในกระแสเลือด ฮีสตามีนส่งผลต่อเส้นเลือดฝอยเล็กๆ และเมื่อพลาสม่ารั่วซึมเข้าสู่ผิวหนังจะทำให้เกิดผื่นคัน ผื่นแดงขึ้น ลมพิษมักเกิดขึ้นที่แขน เท้า หน้าท้อง หน้าอก และหลัง  นอกจากลมพิษ ผื่นคันแล้ว อาจมีอาการปวดแสบปวดร้อนจากผิวอักเสบร่วมด้วย ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายและระดับความเครียดที่สูง เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการเกิดลมพิษหลังคลอด ปัจจัยอื่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลมพิษหลังคลดเกิดขึ้นก็เป็นได้ ตัวอย่างเช่น อาจเกิดจากสภาวะทางการแพทย์ เช่น การแพ้ยาบางชนิด การสัมผัสกับดวงอาทิตย์หรืออุณหภูมิที่หนาวจัดเป็นพิเศษ ปฏิกิริยาแพ้อาหาร และสารปรุงแต่งบางชนิด แมลงต่อยหรือกัด หรือแม้แต่ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งครรภ์ วิธีรับมือ ลมพิษหลังคลอด 1. ความเย็น วิธีง่ายๆในการบรรเทาความเจ็บปวด อาการคันและบวมเนื่องจากลมพิษหลังคลอดคือการใช้ความเย็น อุณหภูมิที่เย็นจะช่วยลดการขยายตัวของหลอดเลือดและป้องกันการปลดปล่อยฮีสตามีน และจะช่วยลดอาการบวมอักเสบและคันบนผิวหนัง ห่อก้อนน้ำแข็งไว้ในผ้าและวางไว้บนผิวที่ได้รับผลกระทบจากลมพิษเป็นเวลา 10 นาทีในแต่ละจุด ปฏิบัติเช่นนี้ 3 หรือ 4 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้น้ำเย็นอาบน้ำได้ ข้อควรระวัง: ห้ามใส่น้ำแข็งโดยตรงบนหนังศีรษะเพราะอาจทำให้ผิวหนังเกิดความเสียหายได้ 2. ข้าวโอ๊ต ข้าวโอ๊ตเป็นอีกวิธีการรักษาที่คุณอาจคาดไม่ถึง สำหรับลมพิษหลังคลอด สรรพคุณในการรักษาอาการการระคายเคือง ต้านการอักเสบและช่วยให้ผิวหนังคลายจากอาการเจ็บปวดอักเสบอย่างรวดเร็วจากอาการคันและบวม ใส่ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วยลงในผ้าขาวบาง มัดด้วยเชือกหรือหนังยาง แช่ไว้ในชามน้ำร้อน 10 ถึง 15 นาที เติมน้ำที่ได้จากข้าวโอ๊ตนี้ลงในอ่างน้ำและนอนแช่ 15 นาที ทำแบบนี้ทุกวัน หรือผสมข้าวโอ๊ต 2 ถ้วยและน้ำให้เปียก ใช้ทาบนผิวที่ได้รับผลกระทบจากลมพิษ ทิ้งไว้เป็นเวลา 15 ถึง 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ใช้วิธีการรักษานี้วันละครั้ง 3. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์เป็นอีกวิธีการรักษาที่ดีที่คุณสามารถลองใช้ที่บ้านได้ สามารถหาซื้อได้ตาม ท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต แม็กซ์แวลยู (Maxvalue)…

  • HEALTH

    เจลว่านหางจระเข้ ประโยชน์ของว่านหางจระเข้ต่อสุขภาพ

    คุณจะพบว่านหางจระเข้ในรูปแบบของยาเสริมสุขภาพ ยารักษาโรค หรืออาหารเพื่อสุขภาพต่างๆที่มีว่านหางจระเข้เป็นส่วนผสมหลัก ว่านหางจระเข้น้ำผลไม้หรือยาเม็ดและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่างๆที่มีส่วนผสมจากธรรมชาตินี้กำลังปกครองตลาด ว่านหางจระเข้ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในการทำเครื่องสำอางและยารักษาสุขภาพมาเป็นพัน ๆ ปี ในความเป็นจริงว่านหางจระเข้ถูกเรียกว่า “พืชแห่งความเป็นอมตะ” ในยุคอียิปต์โบราณและในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยม เนื่องจากประโยชน์ต่อความงามและสุขภาพมากมาย ว่านหางจระเข้ หรือ อโลเวร่าเป็นพืชที่มีปริมาณน้ำสูง ฉะนั้นว่านหางจระเข้จึงเป็นพืชที่เกษตรกรสามารถปลูกได้ทั่วทุกมุมโลก และแทบจะทุกสภาพอากา ปัจจุบันนักวิจัยทั่วโลกกำลังศึกษาองค์ประกอบต่าง ๆ ของว่านหางจระเข้และพยายามทำความเข้าใจศึกษาประโยชน์ของว่านหางจระเข้ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับคุณสมบัติการรักษาโรคของว่านหางจระเข้ที่พิสูจน์แล้วว่าสรรพคุณและประโยชน์หลายอย่างเป็นจริงช่วยบำรุงความงาม ทั้งยังช่วยรักษาโรค ดูสรรพคุณทางด้านความงามของ เจลว่านหางจระเข้ ประโยชน์ความงามของว่านหางจระเข้ เจลว่านหางจระเข้ ประโยชน์ของว่านหางจระเข้ต่อสุขภาพ 1. สุขภาพช่องปาก ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปาก สามารถรักษาฟันและเหงือกของคุณให้แข็งแรง เนื่องจากคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียและยาต้านจุลชีพตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยให้เหงือกและฟันมีสุขภาพดี นอกจากนี้น้ำจากว่านหางจระเข้ยังมีแอนทราควิโนนที่ช่วยรักษาและลดความเจ็บปวดด้วยฤทธิ์ต้านการอักเสบตามธรรมชาติ นักวิจัยได้ทำการวิจัยสามารถในการฆ่าเชื้อโรคของเจลฟันว่านหางจระเข้ควบคู่ไปกับยาสีฟัน 2 ชนิดที่ได้รับความนิยมและพบว่าว่านหางจระเข้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาสีฟันในการต่อสู้ฟันผุ นอกจากนี้การศึกษาปี 2014 ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพของเอธิโอเปียพบว่า สารสกัดจากเจลว่านหางจระเข้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการใช้ทำน้ำยาบ้วนปาก เพื่อบำรุงสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง เพียงแค่ใช้เจลว่านหางจระเข้นวดและถูให้ทั่วเหงือกของคุณด้วยเจลว่านหางจระเข้สด นอกจากนี้การดื่มน้ำว่านหางจระเข้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยส่งเสริมฟันแข็งแรงและมีสุขภาพดีอีกด้วย 2. ว่านหางจระเข้ควบคุมน้ำตาลในเลือด ว่านหางจระเข้ยัง มีประโยชน์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของคนที่เป็นโรคเบาหวานหรือเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานอีกด้วย เจลว่านหางจระเข้ สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดรวมทั้งช่วยรักษาโรคระบบประสาทส่วนปลาย (อาการชาที่มือและเท้า) เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน การศึกษาปี 1996 ที่ตีพิมพ์ใน Phytomedicine พบว่าการดื่มน้ำว่านหางจระเข้ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อวัน ช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นักวิจัยได้สรุปว่าใยอาหารจากว่านหางจระเข้มีประโยชน์ในการรักษาโรคเบาหวานที่ไม่ใช่อินซูลิน นอกจากนี้ยังมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีอาการเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 หรือที่เรียกว่า Prediabetic ผลการศึกษาในปีพ. ศ. 2558 ตีพิมพ์ในวารสารโรคเบาหวานและความผิดปกติของระบบเมตาบอลิ รายงานว่าการใช้สารสกัดจากเจลว่านหางจระเข้ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็วภายใน 4 สัปดาห์ และลดระดับไขมันในเลือดภายใน 8 สัปดาห์ การศึกษาสรุปได้ว่าว่านหางจระเข้มีสรรพคุณที่ดีในการช่วยลดระดับกลูโคสและระดับไขมันในซีรัม ข้อควรระวัง: หากคุณใช้ยาเบาหวาน ไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากว่านหางจระเข้ 3. ลดคอเลสเตอรอล ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในการลดระดับคอเลสเตอรอลได้ เมื่อนำมาใช้ภายใน จะช่วยเพิ่มคุณภาพของเลือดรวม ทั้งช่วยลดระดับไลโปโปรตีนคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) และช่วยเพิ่ม ลิโปโปรตีน (HDL) คอเลสเตอรอลดี ผลการศึกษาปี 2546 ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารวิทยาศาสตร์ทางโภชนาการ พบว่าเจลว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติช่วยลดการผลิตคอเลสเตอรอลลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ การศึกษาปี 2006 ในนิตยสารจากเภสัชวิทยาทางคลินิก การวิจัยพบว่าการบริโภคเจลว่านหางจระเข้อย่างเป็นประจำ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในขณะที่เพิ่มคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด HDL ดี การลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีและการเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ดีช่วยเพิ่มสุขภาพหัวใจของคุณและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายและจังหวะในระดับที่ดี 4. บรรเทาอาการเสียดท้อง…

  • ครีมหน้าใส มาสก์หน้า ลอกผิว สูตรโฮมเมดเพื่อ ผิวขาว กระจ่าง หน้าใส ครีมหน้าขาวใส
    HOW-TO,  Skin

    ครีมหน้าใส มาสก์หน้า ลอกผิว สูตรโฮมเมดเพื่อ ผิวขาว กระจ่าง หน้าใส ครีมหน้าขาวใส

    สาวๆทุกคน คุณต้องการมีผิวหน้าใส สวยและไร้ที่ติ แต่เหนื่อยกับการซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวผิวต่างๆ ถึงเวลาแล้วที่จะลองมาส์กหน้า ลอกผิว DIY ที่ปราศจากสารเคมี เพราะคุณสามารถทำได้เองที่บ้านด้วยส่วนผสมง่ายๆ เพียงไม่กี่อย่าง มาสก์ลอกผิว เป็นส่วนสำคัญของขั้นตอนการดูแลผิวของคุณ มาสก์เหล่านี้ไม่ได้ใช้งานประจำวัน เพียงแค่ใช้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งและคุณจะมีผิวขาว กระจ่างใส และผิวขาว หน้าใส ไร้ที่ติ มาสก์เหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากต่อผิวของคุณ : ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจากชั้นนอกสุดของผิวหนัง ฟื้นฟูผิวด้วยการขจัดสิ่งสกปรก ช่วยกระชับรูขุมขนอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันและรักษาต้นเหตุของการเกิดสิว เช่น blackheads, whiteheads และสิวที่คล้ายกัน คืนความกระจ่างใสของผิวโดยการเพิ่มความกระจ่างใส และ ความเงางามให้กับผิวที่หมองคล้ำ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยโดยการกระชับผิวหย่อนคล้อยและรูขุมขน ค่อยๆกระชับผิวหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าที่ไม่พึงประสงค์ มาส์กลอกผิว ใช้งานง่ายและสามารถจัดเตรียม ด้วยส่วนผสมได้เองที่บ้าน ซึ่งหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์มากที่สุด นอกจากนี้เมื่อคุณตระหนักถึงส่วนผสมที่ใช้ในหน้ากากคุณสามารถหลีกเลี่ยงการใช้สารใด ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ในผิวหนังของคุณ ครีมหน้าใส มาสก์หน้า ลอกผิว สูตรโฮมเมดเพื่อ ผิวขาว กระจ่าง หน้าใส ครีมหน้าขาวใส 1. เจลาติน คุณสมบัติ ความเหนียวของเจลาตินทำงานได้ดีสำหรับมาสก์หน้าลอกผิวแบบโฮมเมด ในความเป็นจริงเจลาตินเป็นส่วนผสมที่พบได้บ่อยในมาสก์หน้า ที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด เจลาตินมีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดรูขุมขนและกระชับผิวเพื่อป้องกันริ้วรอยและริ้วรอย ผสมเจลาติน1 ช้อนโต๊ะ,นมสด 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ 2-3 หยดในชามผสม อุ่นส่วนผสมบนหม้อไอน้ำสองชั้น คุณสามารถตั้งหม้อไอน้ำสองชั้นได้โดยการใส่น้ำลงในกระทะลง ตั้งไฟจนน้ำเดือดและวางชามเซรามิคหรือแก้วไว้ด้านบนกระทะ นำชามออกจากเตาแล้วเททิ้งไว้เพื่อให้เย็นลง คุณจะได้เจลลาตินมาส์กหน้า 2. ชาโคล ชาโคล หรือถ่านกัมมันต์เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่ใช้กันทั่วไปในมาสก์ลอกออกมาในเชิงพาณิชย์ ถ่านกัมมันต์มีประโยชน์เพราะมันมีคุณสมบัติดูดสิ่งสกปรกบนผิวและช่วยขจัดสิ่งสกปรกไขมันและสารพิษออกจากรูขุมขน ในมาสก์หน้านี้คุณจำเป็นต้องเพิ่มเจลาตินเนื่องจากมีลักษณะเหนียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลอกของมาสก์ ใส่ชาโคลและเจลาติน ลงในชาม เติมน้ำกลั่น 1 ช้อนโต๊ะ ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว มาสก์ลอกออกจากถ่านแบบโฮมเมดของคุณพร้อมใช้งานแล้ว หมายเหตุ: ก่อนทาหน้ากากนี้ให้แน่ใจว่าคุณได้ล้างหน้าสะอาดแล้ว เพื่อขจัดคราบน้ำมันบนใบหน้า 3. ไข่ขาว ลักษณะที่เหนียวเหนอะของไข่ขาวทำให้มันเป็นส่วนผสมที่ดีสำหรับมาสก์หน้าแบบโฮมเมด ไข่ขาวช่วยกระชับผิวลดรูขุมขนกว้างและป้องกันสิวหัวดำและสิวหัวขาว แยกไข่ขาวออกจากไข่แดงจำนวน 1 ฟอง ลงในชาม ทาไข่ขาวลงไปให้ทั่วใบหน้า หลังจากทาไข่ขาวลงไปทั่วใบหน้า ให้ใช้กระดาบทิชชู่วางทับลงไปบนไข่ขาวบนใบหน้า จากนั้นทาไข่ขาวซ้ำลงไปอีก 1 ชั้น ทิ้งไว้ให้แห้ง เพื่อไข่ขาวซึมลงไปบนใบหน้า ค่อยๆลอกออก (ทิศทางเดียวกับขน ไม่ลอกย้อนขน) จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ใช้ผ้าสะอาดซับให้แห้งอย่างเบามือ 4. ส้ม ส้มอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและปกป้องผิวจากความชรา นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส…

  • Child Care

    วิธีลดไข้เด็ก ยาลดไข้เด็ก ทารกตัวร้อน การเช็ดตัวลดไข้

    ไข้หวัด เป็นอาการที่พบบ่อยในความเจ็บป่วย แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีนักเสียทีเดียว ในความเป็นจริงไข้ มักจะตอบสนองตามปกติของระบบภูมิคุ้มกันของเด็กกับเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย เด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่สามารถทนต่อไข้ได้ดีและใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 5 วัน ในการรักษาตัวจนหายเป็นปรกติ สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของไข้ในเด็กทารกคือการติดเชื้อไวรัส ในบางกรณีการงอกของฟันอาจทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในทารกอายุน้อยกว่าไข้อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อร้ายแรง เมื่อคุณเห็นอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของลูกน้อยอาจเป็นเรื่องที่คุณต้องกังวล คุณอาจอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกไม่ว่าจะพาลูกไปพบแพทย์หรือได้รับการดูแลทางการแพทย์ฉุกเฉิน ข้อมูลเหล่านี้อาจช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อย คู่มือไข้หวัดใหญ่ตาม American Academy of Pediatrics (AAP) : ทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนขึ้นไป : มีอุณหภูมิสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส เป็นเรื่องน่ากังวล ทารกที่มีอายุระหว่าง 3 ถึง 6 เดือน : มีอุณหภูมิสูงกว่า 38.3 องศาเซลเซียส ควรพบแพทย์ ทารกที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป :มีอุณหภูมิสูงกว่า 39.4 องศาเซลเซียส ควรพบแพทย์ หากลูกน้อยของคุณแสดงอาการหรืออาการเจ็บป่วยอื่น ๆ เช่น อาการไอ อาเจียน หรือท้องร่วง ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน นอกจากนี้ในฐานะพ่อแม่ควรเชื่อสัญชาตญาณของคุณเสมอ ถ้าคุณคิดว่าลูกของคุณ ควรได้รับการตรวจทันที ในกรณีใดๆ นอกเหนือจากยาตามที่แพทย์กำหนดคุณสามารถทำตามเคล็ดลับบางอย่างเพื่อช่วยในการจัดการหรือลดไข้ของลูกน้อย ของคุณ วิธีลดไข้เด็ก ยาลดไข้เด็ก ทารกตัวร้อน การเช็ดตัวลดไข้ 1. โปะด้วยผ้าเย็น เมื่อลูกน้อยของคุณมีไข้ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ นำผ้าที่เปียกและเย็น วางบนหน้าผากของทารก เนื่องจากน้ำจากผ้าที่เปียก จะช่วยระบายความร้อนจากผิวหนังจะทำให้ไข้ และอุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็ว ใส่น้ำเย็นลงในชาม แช่ผ้าที่สะอาดในน้ำ บิดผ้าหมาดๆ แล้ววางผ้าเปียกบนหน้าผากของทารก เมื่อผ้าอุ่นขึ้นให้นำไปจุ่มในน้ำเย็น และทำซ้ำอีกครั้ง ทำเช่นนี้จนกว่าไข้จะหายไป นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ผ้าชุบน้ำ และเช็ดบริเวณมุมอับทุกจุดในร่างกาย เช่น รักแร้, เท้า, มือและขาหนีบเพื่อลดอุณหภูมิ หมายเหตุ: ห้ามใช้น้ำเย็นจัดจากตู้เย็นหรือน้ำแข็งเพราะอาจทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายเพิ่มขึ้น 2. การอาบน้ำ การอาบน้ำอุ่นจะช่วยผ่อนคลาย และช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับดีขึ้นซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟื้นตัวได้เร็วขึ้น สำหรับทารกที่อายุน้อยกว่า 6 เดือนให้อาบน้ำ อุ่น ๆ 2 ครั้งต่อวัน สำหรับทารกที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปให้อาบน้ำเป็นประจำในน้ำอุ่น 2 ครั้งต่อวัน หลังจากอาบน้ำแต่ละครั้งให้ลูกน้อยของคุณรีบสวมชุดทันที หมายเหตุ:…

  • Skin

    10 อาหารที่ช่วยบำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง ขาวกระจ่างใสในฤดูหนาว

    อากาศหนาว ลมเย็ม ลมที่พัดเป่าความชื้นจนทำให้อากาศแห้ง อุณหภูมิต่ำ ที่มาพร้อมกับฤดูหนาว มองผิวเผินคุณจะไม่สังเกตุเลยว่า อากาศเย็นๆนี้ สามารถสร้างความเสียหายบนผิวหนังริมฝีปากและส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย อุณหภูมิที่เย็นสามารถทำให้ผิวแห้งและเป็นขุยได้ ซึ่งทำให้ผิวหมองคล้ำมีรอยแตกมีอาการคันและระคายเคืองผิวหนัง พร้อมกับการดูแลผิวพรรณที่เหมาะสม คุณต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณกำลังรับประทานอยู่เพื่อรักษาสุขภาพ และเพื่อให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีที่สดใสตลอดฤดูหนาว อาหารของคุณสามารถช่วยปกป้องผิวของคุณจากความแห้งกร้านและความหอบหืดของรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ช่วยลดริ้วรอยและอาการอื่น ๆ ของริ้วรอยและส่งเสริมผิวเรียบเนียน ซึ่ง อาหารบางชนิดสามารถใช้ทาลงบนผิวเพื่อให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีสวยงามและเปล่งปลั่งแม้ในช่วงฤดูหนาว 10 อาหารที่ช่วยบำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง ขาวกระจ่างใสในฤดูหนาว 1. น้ำมันมะกอก น้ำมันมะกอกเหมาะสำหรับบำรุงผิวของคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาว เมื่อผิวมีแนวโน้มที่จะแห้ง แตกเป็นขุยเนื่องจากขาดความชื้น น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยวิตามิน A และ E รวมทั้งแร่ธาตุอื่น ๆ และกรดไขมันจากธรรมชาติช่วยให้ผิวชุ่มชื้นเพื่อรักษาความยืดหยุ่นและรักษาความนุ่มนวลของผิว นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันผิวจากริ้วรอยและริ้วรอยและปกป้องผิวจากความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ก่อนที่จะอาบน้ำให้ถูน้ำมันมะกอกลงบนใบหน้า บริเวณหลังแขน ข้อศอกและเข่า นวดเบา ๆ สักครู่แล้วอาบน้ำอุ่น หลังจากนั้นให้ลูบผิวแห้งและเช็ดน้ำมันส่วนเกิน ผิวของคุณจะนุ่มและเรียบเนียนน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ในน้ำสลัดและการปรุงอาหารได้อีกด้วย 2. ส้มโอ ส้มโอประกอบด้วยวิตามิน C ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังมีไลโคปีนที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน โพแทสเซียมที่อยู่ในนั้นสามารถป้องกันริ้วรอยและจุดด่างอายุรวมทั้งปกป้องผิวจากรังสี UV ที่เป็นอันตราย กรดอะมิโนในส้มโอช่วยให้ผิวของคุณกระชับและนุ่มขึ้น นอกจากนี้สารพฤกษเคมีที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งเรียกว่านาร์คินในส้มโอจะช่วยลดสารพิษในตับซึ่งส่งผลให้ผิวแข็งแรงขึ้น ดื่มน้ำส้มโอสดเป็นประจำในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้คุณยังสามารถมาสก์หน้าด้วยส้มโอและใช้สัปดาห์ละครั้ง ผสมน้ำส้มโอ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ  ผงข้าวโอ๊ต ½ ถ้วย ทาลงบนใบหน้าของคุณ ทิ้งไว้ให้แห้งและล้างออกด้วยน้ำอุ่น มาสก์หน้าจะช่วยให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ 3. อะโวคาโด นอกจากนี้คุณยังสามารถบรรเทาผิวแห้งในฤดูหนาวด้วยอะโวคาโด ซึ่งเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามิน A, C และ E พร้อมกับไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว อะโวคาโดช่วยให้ผิวของคุณล็อคความชื้น นอกจากนี้ผลไม้ชนิดนี้มีกรดโฟลิคแมกนีเซียมและโพแทสเซียมซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับผิวที่มีสุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยการลดริ้วรอยและปกป้องผิวจากริ้วรอย นอกเหนือจากการรับประทานอะโวคาโดแล้วคุณยังสามารถทำมาสก์หน้าที่ให้ความชุ่มชื้นและบำรุงผิวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตักเนื้ออะโวคาโดออกจากอะโวคาโดสุกและบดให้ละเอียด ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาและน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน และทาลงบนใบหน้า ปล่อยให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น น้ำมันอโวคาโดมีความชุ่มชื่นสูงสำหรับบำรุงผิวหน้าให้ที่หมองคล้ำและขาดน้ำ คุณสามารถใช้น้ำมันนี้เพื่อนวดร่างกายและผิวหน้าของคุณก่อนที่จะอาบน้ำ 4. แครอท แครอทอุดมเต็มไปด้วยวิตามิน A และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีมีชีวิตชีวาและกระจ่างใสแม้ในช่วงฤดูหนาวอากาศแห้งและปราศจากมวลจากมวลความความชื้น แครอทยังสามารถป้องกันสัญญาณของริ้วรอย เช่น ริ้วรอยก่อนวัยอันควร, ผิวคล้ำและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ แครอทประกอบด้วย carotenoids beta-carotene และ lycopene…