10 อาหารช่วยลดหน้าท้อง !!

ไขมันนั้นเป็นพลังงานสะสมของร่างกาย แต่หากมีมากเกินไปก็ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเช่นกัน ไขมันหน้าท้องทำให้รูปของคุณไม่สวยก็ยังเพิ่มความเสี่ยงของความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานและโรคไขมันในตับ

หลายคนพยายามอดอาหารเพื่อลดไขมันหน้าท้อง แต่การอดอาหารไม่ใช่ทางออก เป็นวิธีการลดความอ้วนที่แย่ที่สุด วิธีที่เหมาะสำหรับการกำจัดไขมันหน้าท้องคือการเลือกอาหารการกินที่ถูกต้องและการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญแคลอรี่

วิธีการลดความอ้วนที่ได้ผลแน่นอน และดีต่อสุภาพคือ ต้องควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพราะถึงแม้ว่าเราจะลดน้ำหนักลดอาหารแต่ไม่ออกกำลังกายผิวหนังก็จะหย่อนยานไม่กระชับเต่งตึง ฉะนั้น 2สิ่งนี้จึงสำคัญมาก

10 อาหารช่วยลดหน้าท้อง !!

top-10-superfoods-to-reduce-belly-fat1

1. อัลมอนด์

อัลมอนด์มีไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เป็นไขมันส่วนที่ดี – ไขมันไม่อิ่มตัวและไม่อิ่มตัว ไขมันตัวนี้ในแอลมอน เป็นไขมันอิ่มตัวที่ไม่ขัดขวางรับบเผาผลาญ เมื่อรับประทานแอลมอนด์แล้ว จะทำให้ไม่รู้สึกหิว ผลการศึกษาในอเมริกันคลินิกโภชนาการได้พิสูจน์แล้วว่าการรับประทานอัลมอนด์นั้นช่วยยับยั้งความหิว นอกจากนี้ยังช่วยต่อสู้กับโรคหัวใจอีกด้วย อัลมอนด์มีแมกนีเซียมสูง เป็นส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ และเมื่อมีกล้ามเนื้อมากขึ้นจะช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันหน้าท้องมากขึ้น

นอกจากนี้ในอัลมอนด์ยังมีเส้นใยสูง และทำให้รู้สึกอ่ม นานขึ้น เพราะอัลมอนด์มีแคลอรี่ที่ไม่สูง ถึงแม้จะรับประทานไปมากเท่าไหร่ แคลอรี่ก็ไม่เพิ่ม ดังนั้นแอลมอนด์คั่วจึงมีประสิทธิภาพและเป็นของขบเคี้ยวชั้นยอดสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก

top-10-superfoods-to-reduce-belly-fat

2.แตงโม

สมาคมโภชนาการอเมริกันวิจัยว่า แตงโมเป็นอาหารที่ดีที่สุดในการลดไขมันหน้าท้อง แตงโมมีน้ำร้อยละ 91% และเมื่อรับประทานแตงโมก่อนจะเริ่มต้นทานอาหารมื้อหลัก จะทำให้อิ่มเร็วขึ้น เนื้องจากแตงโมประกอบด้วยน้ำ 91% และช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในร่างกายและทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้น แตงโมอุดมไปด้วย วิตามิน B1,B6,C

ผลการวิจัยที่น่าสนใจที่สุดของมหาวิทยาลัยเคนตั๊กกี้เผยว่าการดื่มน้ำแตงโมทุกวัน วันละ 2แก้ว เป็นเวลาแปดสัปดาห์จะช่วยลดน้ำหนักตัว (โดยเฉพาะไขมันรอบท้อง) โดยไม่ต้องเปลี่ยนมวลกล้ามเนื้อ การบริโภคปกติของแตงโมยังช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการสะสมคราบจุลินทรีย์หลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ

top-10-superfoods-to-reduce-belly-fat

3.ถั่ว

การบริโภคปกติของประเภทที่แตกต่างกันของถั่วช่วยลดไขมันในร่างกายพัฒนากล้ามเนื้อและปรับปรุงกระบวนการย่อยอาหาร ถั่วยังช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มได้นานขึ้นจึงทำให้คุณจากการกินมากเกินไป

นี้เกิดขึ้นเป็นถั่วเป็นแหล่งที่ดีของเส้นใยที่ละลายน้ำได้ เส้นใยนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายไขมันหน้าท้องเพื่อช่วยทำลายมันลงเพื่อให้ไขมันก็จะถูกกำจัดออกจากร่างกาย พลัสโปรตีนในถั่วให้พลังงานกับร่างกายของคุณ คุณสามารถรวมถึงถั่วในอาหารประจำวันของคุณโดยการเพิ่มลงในสลัดซุปหรืออาหารข้างเคียง

top-10-superfoods-to-reduce-belly-fat

4.คื่นฉ่าย

การลดน้ำหนักที่ถูกต้องและดีต่อสุขภาพ คือควรรับประทานผักใบเขียวอย่างเช่น คื่นฉ่าย คื่นฉ่ายมีแคลอรี่ที่ต่ำมาก มีเส้นใยและมีแคลเซียมและวิตามิน C ที่สามารถช่วยในการลดน้ำหนัก คุณสามารถดื่มน้ำคื่นฉ่ายครึ่งแก้ว ก่อนที่จะรับประทานอาหารกลางวันหรืออาหารเย็นของคุณเพื่อช่วยทำความสะอาดระบบของคุณ นอกจากนี้คุณยังสามารถใส่คื่นฉ่ายในสลัดหรืออาหารที่ปรุง คื่นฉ่ายมี apigenin, สารธรรมชาติที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่ในสตรี

top-10-superfoods-to-reduce-belly-fat

5. แตงกวา

แตงกวาเป็นผักที่อุดมไปด้วยน้ำ ทำให้ร่างกายสดชื่น และแคลอรี่ต่ำ ในแตงกวา 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 96% และมีเพียง45 แคลอรี่ แตงกวาอุดมไปด้วยแร่ธาตุเส้นใยอาหารและวิตามิน

การรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยแตงกวา เช่นสลัด เป็นประจำมีประโยชน์สูงสุดช่วยในการทำความสะอาดร่างกายและขับสารพิษที่เป็นอันตรายออกจากระบบการย่อยอาหารและช่วยลดน้ำหนัก ประโยชน์เพิ่มเติมจากการกินแตงกวาทำให้ผิวสดใส เปล่งปลั่ง เนื่องจากปริมาณน้ำในแตงกวาและร่างกายของเราก็ประกอบด้วยน้ำเป็นหลัก ฉะนั้นการกินแตงกวาจึงมีประโยชน์มหาศาลและแตงกวายังอุดมไปด้วยวิตามิน B,C ที่มีประโยชน์ตอสุขภาพผิว

top-10-superfoods-to-reduce-belly-fat

6. มะเขือเทศ

มะเขือเทศขนาดใหญ่ 1 ลูก มี 33 แคลอรี่ มันมีสารที่เรียกว่า 9 OXO-ODA ที่ช่วยลดไขมันในเลือดซึ่งจะช่วยควบคุมไขมันหน้าท้อง สารนี้ยังมีคุณสมบัติสามารถต่อสู้โรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน

มะเขือเทศอุดมไปด้วยไลโคปีน สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมีประโยชน์ต่อสุขภาพและผิว ช่วยในการลดริ้วรอย, ต่อสู้กับโรคมะเร็งและลดระดับคอเลสเตอรอล มะเขือเทศอุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น ธาตุเหล็กและโพแทสเซียมและอุดมไปด้วยวิตามิน A,C

top-10-superfoods-to-reduce-belly-fat

7.อโวคาโด

กรดอะมิโนที่สำคัญที่รู้จักกันในเลซิตินในอะโวคาโดช่วยในการจัดการน้ำหนักตัว นอกจากนี้อโวคาโดยังเป็นแหล่งที่มาของไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวทำให้เราอิ่ม ซึ่งเป็นไขมันที่ดี ไม่อ้วนและไขมันไม่อิ่มตัวเฉพาะที่ในอะโวคาโดช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้อง

อโวคาโดอุดมไปด้วยใยอาหารที่ทำให้เรารู้สึกอิ่ม และไม่ต้องการอาหารไปมากกว่านี้ หรือ ลดอาการอยากอาหารนั่นเอง อะโวคาโดมีคุณสมบัติในการต่อต้านริ้วรอย และคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย และต่อต้านสิ่งต่างๆที่จะพรากความสวย ความงามไปจากผิวและร่างกายของเรา อโวคาโดจึงมีประโยชน์มากมายสูงสุดและดีต่อสุขภาพ

top-10-superfoods-to-reduce-belly-fat

8.แอ๊ปเปิ้ล

แอ๊ปเปิ้ลมีใยอาหารสูง เบต้าแคโรทีนและทำให้เรารู้สึกอิ่ม ไม่ต้องการอาหาร ผลการวิจัยจากประเทศบราซิลผู้หญิงที่รับประทานแอ๊ปเปิ้ล 1 ผล หรือมากกว่า 1 ผลต่อวันสามารถเผาผลาญแคลอรี่ และน้ำหนักลดลงมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้รับประทานแอ๊ปเปิ้ล

สารอาหารสำคัญตามธรรมชาติที่อยู่ในแอ๊ปเปิ้ล ที่เรียกว่า ใยอาหารเพคติน อิดส์ (Pactin) ช่วยลดน้ำหนัก ผลไม้ที่มีเพคตินมักจะต้องเคี้ยวมากขึ้นและเมื่อเพคตินที่ละลายในกระเพาะอาหารมันจะทำงานเป็นสารเจลเหมือนที่ดักคอเลสเตอรอลในกระเพาะอาหารและไขมัน นอกจากนี้เพคตินยังช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่และต้านอนุมูลอิสระและ วิตามิน C ในแอปเปิ้ลจะช่วยลดริ้วรอย ชะลอริ้วรอยและความแก่

top-10-superfoods-to-reduce-belly-fat

9.เชอร์รี่

จากการศึกษาที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนพบว่าอาหารที่มีส่วนผสมของเชอร์รี่หรือการรับประทานเชอร์รี่ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและภาวะ *metabolic syndrome และโรคเบาหวาน

การรับประทานเชอร์รี่จะลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายและสามารถลดไขมันในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมลดอาการเสี่ยง เชอร์รี่ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและช่วยลดริ้วรอย ชะลอริ้วรอยและความแก่

หมายเหตุ : Metabolic syndrome คือกลุ่มความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งพบร่วมกันได้บ่อย ความผิดปกติดังกล่าวได้แก่ความผิดปกติของไขมันในเลือด ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด(เบาหวาน)

top-10-superfoods-to-reduce-belly-fat

10.สัปปะรด

ผลไม้เขตร้อนนี้มีเอนไซม์ *Bromelain ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ เอนไซม์นี้ metabolizes เป็นโปรตีนที่ช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้องและช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ(หากออกกำลังกาย) นั่นเอง

ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์เปิดเผยว่าคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียของ Bromelain ในสัปปะรดยังช่วยต่อสู้กับแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงและยังมีประสิทธิภาพมากในการรักษาโรคลำไส้ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เนืองจากกรดเกินและแก๊สในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ท้องอืดน้อย หรือลดอาการท้องอืด และเนื่องจากเป็นผลไม้ที่ไม่มีไขมัน แคลอรี่น้อยจึงทำให้ไม่อ้วนและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

สับปะรดมีวิตามิน B,B6, C, แมงกานีส, ทองแดงและเส้นใยอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ

ด้วยอาหารไร้ไขมันและคุณประโยชน์ครบถ้วนเช่นนี้ คุณสามารถต่อสู้กับไขมันหน้าท้องและเพลิดเพลินไปกับการมีหน้าท้องที่ลีนน์ และกระชับแต่อาหารเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากเราควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำ

 

หมายเหตุ : เอนไซม์ บรอมีเลน Bromelain คือ เอนไซม์ตามธรรมชาติจากพืชที่สามารถพบได้ทุกส่วนของสับปะรดทั้งใบ ลำต้น หรือผล เป็นสารที่สามารถย่อยโปรตีนได้เช่น เนื้อ วัว หมู ไก่ ปลา ฯลฯ มีคุณสมบัติคล้ายตัวยาแอสไพริน ซึ่งสามารถลดการจับตัวของเกล็ดเลือดได้โดยมีฤทธิ์ยับยั้งการรวมตัวกันของเกล็ดเลือด ชักนำการหลั่งไซโทไคน์ที่มีความสามารถชักนำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวกำจัดเซลล์มะเร็งได้

Leave a Reply